|
:บทความพิเศษ :
ชะตากรรมใต้กระบอกปืนและควันไฟ บนแผ่นดินกะเหรี่ยงและไทยใหญ ่
โดย ฐิรติ วสุนธรา ต้นฤดูฝนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เสียงปืนและเสียงระเบิดจากการสู้รบระหว่าง ทหารกะหรี่ยง KNU และ DKBA พันธมิตรของกองทัพทหารพม่า ดังกึกก้องบนแผ่นดินรัฐกะเหรี่ยงอีกครั้ง ส่งผล ให้ชาวกะเหรี่ยงหลายพันคนตัดสินใจทิ้ง "บ้าน" ซึ่งกลายเป็นสนามรบไว้ในความทรงจำ การตัดสินใจข้ามพรมแดนเพื่อหนีตายจากรัฐกะเหรี่ยงสู่แผ่นดินไทยเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้มีจำนวนผู้ลี้ภัยกว่าสามพันคนกระจายอยู่ในศูนย์ พักพิงแห่งใหม่ทั้งสามแห่งบนชายแดนจังหวัดตาก และยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ กลับแผ่นดินเกิดเช่นเดียวกับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงกว่าสองแสนคนที่อพยพเข้า มาอยู่บนแผ่นดินไทยตั้งแต่สองทศวรรษที่ผ่านมา
ขณะที่เหตุการณ์ สู้รบในรัฐกะเหรี่ยงยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ปลายเดือนกรกฎาคม ขึ้นเหนือไปทางรัฐฉาน ประเทศพม่า ชีวิตของชาวไทยใหญ่กำลัง เผชิญกับการถูกบุกเผาทำลายบ้านเรือนและขับไล่ให้ออกจากผืนดินที่พวกเขาเป็น เจ้าของ มานานหลายชั่วอายุคน การพลัดพรากจากคนที่รักด้วยความเจ็บปวด การลาจากแผ่น ดินที่ผูกพันโดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมา แม้ว่าคนทั้งสองกลุ่มจะต่าง ชาติพันธุ์ แต่กลับมีชะตากรรมคล้ายคลึงกันด้วยต้นเหตุมาจากสงครามกลางเมืองที่ดำเนิน มายาวนานกว่าห้าสิบปี
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - : บันทึกคนเดินทาง : ล่องกะลาดาน เยือนมรัตอู ราชธานีแห่งสุดท้ายของอาณาจักรอาระกัน
โดย โม๋หอม
ปลายเดือนเมษายน ปากแม่น้ำกะลาดาน เมืองซิตตวย รัฐอาระกัน
แดด อ่อนๆ ยามเช้าส่องกระทบพื้นผิวน้ำเป็นประกายสีทองระยับ เรือลำน้อยใหญ่ที่สัญจรไปมาในท้องน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตาในเวลานี้ ดูไม่ต่างกับจุดเล็กๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ หากย้อนเวลาไปในอดีต ผืนแผ่นดินอาระกัน ที่โอบล้อมแม่น้ำสายนี้เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง ว่ากันว่า ในยุคที่เจริญถึงขีดสุด เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศบังกลาเทศเคยอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรแห่ง นี้มาแล้ว แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป เหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเพียงอดีต ทว่า ร่องรอยและกลิ่นไอของความรุ่งเรืองยังคงหลงเหลือและรอคอยให้เราสัมผัสอยู่ ที่เมือง "มรัค อู" ราชธานีแห่งสุดท้ายของอาณาจักรอาระกัน
ครั้งหนึ่งในความทรงจำ : ดร.เดชา ตั้งสีฟ้า โดยกองบรรณาธิการ อาจกล่าวได้ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะในเขตที่มีการสู้รบฝั่งพม่าถือเป็นพื้นที่ เสี่ยงตายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ตรงกันข้าม มีแต่ผู้คนไหลทะลักข้ามพรมแดนมายังฝั่งไทย จึงเป็นเรื่องไม่ปกติ นักที่จู่ๆ วันหนึ่ง นักศึกษาไทยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาวายอิ ประเทศสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะเดินทางเข้าสู่สมรภูมิรบและบริเวณต่างๆ ตามชาย แดน เพื่อเก็บข้อมูลทำวิทยานิพนธ์จนสามารถเรียนจบปริญญาเอกได้ดังตั้งใจ นับ ตั้งแต่เรียนจบปริญญาเอกและได้กลับมาทำงานในฐานะอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาได้กลายเป็นนักวิชาการไทยคนแรกที่ทำงานวิจัยใน ประเด็นเรื่องความน่าสะพรึงกลัวของรัฐและยังเป็นนักวิชาการไทยเพียงไม่กี่คน ที่เดินทางไปสอนหนังสือใต้ร่มไม้ในพื้นที่ชายแดน สลับกับการสอน
นักศึกษาในห้องแอร์ของเมือง เพราะเหตุใดเขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เป็นอยู่ คำตอบอยู่ในมือท่านแล้ว
:เรื่องสั้น : กระต่ายน้อยในอุ้งมือนายพรานจ่ออูกับผมทำงานแผนกเดียวกัน เราสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด พรุ่งนี้ผมกับจ่ออูต้องไปย่างกุ้ง เพื่อทำธุระบางอย่าง "เพื่อน...ถ้าเราไปถึงย่างกุ้ง เราไม่พักที่กรมฯ นะ แต่จะไปพักที่โรงแรม จะได้อยู่อย่างสบายๆ ไง" จ่ออูพูดกับผมอย่างกระตือรือร้น "หือ..นายว่าไงนะจ่ออู เอ...นายกำลังวางแผนอะไรบางอย่างแน่ๆ ใช่ไหม" จ่ออูเบือนหน้าหนีพลางแอบยิ้มที่มุมปาก "นายเข้าใจก็พอ" จ่ออูตอบกลับเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้ามีพิรุธ จะว่าไปแล้ว เรื่องของจ่ออูผมรู้ดีที่สุด เขากับผมชอบดื่มเหล้าเหมือนกัน แต่จ่ออูมีนิสัยชอบลองหลายๆ อย่างไปพร้อมกันไม่เหมือนกับผม โดยเฉพาะเรื่อง ผู้หญิง เขาจัดว่าเป็นพวกเสือผู้หญิงที่ร้ายกาจคนหนึ่งเลยทีเดียว - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - : พลังคนรุ่นใหม่: Shan Youth Power : รวมพลังสร้างสรรค์ของหนุ่มสาวไทยใหญ่พลัดถิ่นโดย หมอกเต่หว่า
"กล้า กล้าลูรถไฟ แก้ว แก้วลูรถไฟ รถไฟมา ตาขึ้นรถไฟมาหากล้า ตาขึ้นรถไฟมาหาแก้ว" แรง งานพลัดถิ่นชาวไทยใหญ่คนหนึ่งกำลังหัดอ่านแบบเรียนชั้น ป.1 บนกระดานสีขาวอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเพื่อนแรงงานคนอื่นๆ คอยส่งเสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นระยะๆ แม้สำเนียงที่เปล่งออกมาจะไม่ชัดถ้อยชัดแจ๋วเหมือนเจ้าของภาษา แต่สีหน้าและแววตาของพวกเขาทุกคนแสดงถึงความอยากรู้และความตั้งใจอย่างเห็น ได้ชัด ในเวลาเดียวกัน แรงงานบางคนโชคดีที่มีทั้งครูตัว จริงและครูจำเป็น ซึ่งก็คือลูกๆ ของพวกเขาเองมาช่วยสอนหรือช่วยติวอยู่ข้างๆ เรียกรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเห็น อยู่ไม่น้อย บรรยากาศการเรียนการสอนสนุกสนานเช่นนี้เกิดขึ้นทุกช่วงเย็นหลังเลิกจากงานใน หลายๆ แค้มป์ก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการดีๆ ที่มอบให้กับแรงงานพลัดถิ่นในเชียงใหม่ของกลุ่มพลังเยาวชนไทยใหญ่ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Shan Youth Power : ต่างเรื่องมุมเดียว : ฺBurma VJ โดย หมอกเต่หว่า ภาพยนตร์สารคดีที่กำลังอยู่ในกระแสคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์เรื่อง Burma VJ กำกับโดย Anders Østergaard ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีชาวเดนมาร์ก โดยเขียนบทร่วมกันกับ Jan Krogsgaard เพื่อนร่วมงานจากชาติเดียวกันในหนังสารคดีเรื่องนี้ด้วย Burma VJ ได้เข้าฉายในเทศกาลหนังในหลายประเทศแล้ว ซึ่งสามารถกวาดรางวัลมาแล้วหลาย รางวัล ทั้งจากเทศกาล Full Frame Documentary Festival 2009, เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (International Documentary Film Festival Amsterdam 2008) เทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี (Berlin Film Festival 2009) และ Sundance Film Festival 2009
:ศิลปะ : ชีวิตหลังภาพของศิลปินพม่าอดีตนักโทษการเมือง โดย หมอกเต่หว่า
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |